วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

วิธีเลือกโฟมล้างหน้า

ในหนึ่งวันผิวหน้าของเราต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย ทั้งจากมลพิษทางอากาศ ความร้อนของแสงแดงที่ทำลายผิวให้คล้ำแห้งเสีย ดังนั้นการดูแลผิวหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ “โฟมล้างหน้า” ก็เป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยดูแลทำความสะอาด รวมถึงบำรุงให้ผิดหน้าของเรามีสุขภาพดีได้ …
เคล็ดลับช้อปปิ้ง : การเลือกซื้อโฟมล้างหน้า

และด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองที่ทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ “โฟมล้างหน้า” ให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา ไม่เพียงแค่นั้นเรายังต้องให้รอบคอบไปถึงรายละเอียดต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ด้วย
ในการเลือกซื้อโฟมล้างหน้านั้น เราจะต้อง ...
1. เลือกดูรายละเอียดโฟมล้างหน้า ที่บอกวัน เดือน ปี ที่ผลิต วันหมดอายุ ส่วนผสมว่ามีสารเคมีหรือสารที่สกัดจากธรรมชาติชนิดใดบ้าง
2. ในการเลือกซื้อโฟมล้างหน้าวควรเลือกดูทุกยี่ห้อ เพื่อหาโฟมล้างหน้าที่มีคุณสมบัติเหมาะกับผิวของเรามากที่สุด ไม่ควรเลือกดูแค่บรรจุภัณฑ์ของสินค้าหรือดูที่กลิ่นหอมเพียงอย่างเดียว
3. เลือกโฟมล้างหน้าตามคุณสมบัติผิวหน้าของเรา เช่น ...
**สำหรับผิวมัน :: อาจจะมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันบนใบหน้าได้ผลิตไขมันออกมามากเกินไป ทำให้ใบหน้ามันและมีปัญหาต่างๆ ตามมา เราจึงไม่ควรเลือกโฟมที่แรงเกินไปเพราะอาจทำให้ผิวหน้าขาดความชุ่มชื่นได้ ควรซื้อโฟมล้างหน้าที่เป็นสูตรออยล์โซลูชั่นหรือ สูตรควบคุมความมันค่ะ
**สำหรับผิวแห้ง :: เป็นผิวที่ขาดความชุ่มชื้น เพราะไม่ค่อยมีไขมันตามธรรมชาติ หรือผิวหน้าอาจสัมผัสกับแสงแดด หรือลมแรงบ่อยๆ รวมไปถึงขาดการดูแลอย่างเหมาะสม ผิวหน้าแบบนี้ควรเลือกใช้ครีมล้างหน้าหรือโฟมล้างหน้าที่มีมอยส์เจอร์ผสมอยู่ด้วยเพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวไว้เสมอค่ะ

**สำหรับคนที่มีปัญหาสิวเสี้ยน :: เลือกใช้ผลิตภัณฑที่มีเม็ดบีดส์ จะช่วยทำความสะอาดผิวตามร่องลึกของผิว ช่วยผลัดผิวโดยไม่ทำลายสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงผิว และถ้ามีวิตามินซีด้วยจะยิ่งดีใหญ่เลยล่ะค่ะ
**สำหรับผิวคล้ำ :: อาจมีสาเหตุมาจากแสงแดดและมลพิษเป็นตัวหลัก การใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามินบี 3 และ บี 6 จะช่วยลดการสะสมของเม็ดสีผิมคล้ำที่อยู่ในชั้นผิวได้ ส่วนวิตามินซีและอี จะช่วยปรับสภาพผิวและลดผลกระทบของอนุมูลอิสระที่ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวหน้าค่อยๆ ปรับสภาพขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
เคล็ดลับช้อปปิ้ง : การเลือกซื้อโฟมล้างหน้า

**สำหรับใบหน้าที่มีปัญหาเรื่องสิว :: ควรใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและซี จะช่วยลบเลือนรอยแผลเป็น จุดด่างดำจะค่อยๆ จางลง และควรเลือกโฟมล้างหน้าสูตรที่ทำความสะอาดล้ำลึก ลดสาเหตุของการอุตตันโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
**สำหรับผิวที่มีรูขุมขนกว้าง :: ควรใช้มาส์กพอกหน้าเป็นครั้งคราวจะช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลง ผิวเนียนเรียบ และควรโฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของโทนเนอร์จากธรรมชาติหรือเช็ดผิวด้วยโทนเนอร์หลังล้างหน้าก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้รูขุมขนเล็กลงได้ค่ะ
เคล็ดลับช้อปปิ้ง : การเลือกซื้อโฟมล้างหน้า
**สำหรับผิวธรรมดา :: ผิวแบบนี้ง่ายสามารถเลือกใช้ได้หลายประเภทมากกว่าโดยไม่ต้องระวังมากว่าจะทำให้ผิวแพ้หรือแห้งไป แต่ต้องเลือกที่ถนอมผิวคุณด้วยนะคะ


4. ก่อนซื้อโฟมล้างหน้าทุกครั้งควรอ่านวิธีใช้ให้ละเอียดด้วย เพราะเนื่องจากโฟมล้างหน้าบางยี้ห้อจำเป็นต้องใช้คู่กับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าชนิดอื่นๆ ในยี้ห้อเดียวกัน การใช้ตามคำแนะนำจะได้ให้ผลิภัณฑ์ดังกล่าวได้ผลดียิ่งขึ้น
5. เลือกใช้โฟมล้างหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน E เพราะวิตามินอี มีส่วนเรื่องผิวช่วยให้ผิวสดใสมีชีวิตชีวา เราจึงควรใช้โฟมล้างหน้าที่ผสมวิตามินอี

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

โรงแรมใต้ทะเลมาแว้ววววว....

โพไซดอน อันเดอร์ซี รีสอร์ต" โรงแรมใต้ทะเลแห่งแรกของโลก!
ที่ตั้ง : บริเวณเกาะนอร์ทเธิร์นลาอู ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฟิจิ ในมหาสมุทรแปซิฟิก
เปิดรอให้อภิมหาเศรษฐีใจถึงจากทั่วโลก ลงทะเบียนจองคิวเข้าพักอาศัยได้นับตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2550 เป็นต้นไปคู่รักมหาเศรษฐีที่พร้อมจ่ายเงินก้อนโตมาฮันนีมูนใต้น้ำ เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่ผู้บริหารโรงแรมเล็งไว้เป็นลูกค้าหลัก "บรูซ โจนส์" เจ้าของแนวคิดโรงแรมใต้สมุทรแห่งแรกของโลก เชื่อมั่นว่าจะมีลูกค้ามหาเศรษฐี เข้าคิวควักเงินจองที่พักในมูลค่าสัปดาห์ละ 600,000 บาทมากพอ และสร้างกำไรให้กับกลุ่มผู้ลงทุนเกือบ 20 เจ้าอย่างแน่นอน!

"บรูซ โจนส์" นักธุรกิจชาวอเมริกัน มีอายุครบ 50 ปีเต็มตั้งแต่ยังเด็ก โจนส์มีความฝันอยากสร้างที่พักแบบถาวรในทะเล หลายปีที่ผ่านมา โจนส์วิ่งระดมเงินทุนจากสถาบันการเงิน นักลงทุนเอกชน 17 เจ้า
และนำทรัพย์สินส่วนตัวเข้าไปค้ำประกันกู้เงินมาได้ประมาณ 4,200 ล้านบาท
สร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว ตั้งอยู่บนบก 22 ห้อง และใต้ทะเลอีก 22 ห้องที่ทีมวิศวกรของโจนส์ต้องทำงานหนักก็คือ โครงสร้างห้องพักในทะเลจำนวน 22 ห้อง

ซึ่งยึดเรียงติดกันเป็นแถวยาวผ่านโครงสร้างหลักที่โจนส์เรียกว่า "กระดูกสันหลัง"
ห้องพักและโรงแรมที่อยู่ใต้ทะเลมีระบบปรับแรงดันอัตโนมัติ และมีระบบเข้าออกแบบ "แอร์ล็อก"
ป้องกันไม่ให้น้ำทะเลไหลทะลักเข้ามาภายในตัวโรงแรมยามที่แขกเข้า-ออกไปดำน้ำชมปะการังส่วนเซ็กชั่นร้านอาหาร-บาร์ใต้ทะเล ขนาด 3,000 ตารางฟุต ก็ออกแบบให้หมุนได้ เพื่อเปลี่ยนทิวทัศน์ในกรณีที่ห้องพักเสียหาย ช่างซ่อมบำรุงสามารถปลดสลักถอดห้องแต่ละห้องขึ้นมาซ่อมแซมบนบกได้ ส่วนห้องพักบนบกมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ ทั้งสระว่ายน้ำ ร้านจำหน่ายอุปกรณ์ดำน้ำ สนามเทนนิส ร้านอาหาร ฯลฯนอกจากนั้น ก็ยังมีส่วนห้องรับรองส่วนกลาง ร้านอาหาร ห้องสมุด ห้องประชุม
โบสถ์จัดงานวิวาห์ และห้องสปา ไว้คอยบริการ


*** ส่วนนึงของโถงทางเดิน ***
การเดินทางจากบนบกลงมาใต้น้ำ โดยสารผ่านอุโมงค์ลิฟต์แก้ว ซึ่งแยกเป็นของแขก 1 อุโมงค์ ของพนักงานอีก 1 อุโมงค์เทคโนโลยีที่นำมาใช้สร้างโรงแรมใต้ทะเล เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ต่อตัวถึงเรือดำน้ำโจนส์ กล่าวว่า โชคดีที่ธุรกิจเรือดำน้ำของตนได้รับความเชื่อถือมากเวลาไปติดต่อขายแนวคิดโครงการโพไซดอน อันเดอร์ซี รีสอร์ต จึงง่ายขึ้น



*** ลักษณะห้องพักใต้ทะเล หรูหราไม่แพ้โรงแรม 5 ดาวบนบก ***
ในส่วนของห้องพักใต้ทะเล ซึ่งก่อสร้างอยู่ลึกลงไปจากระดับผิวน้ำทะเล 40 ฟุตนั้นก็สะดวกสบายไม่แพ้กัน ขนาดของห้องพักมีความกว้างและพื้นที่ใช้สอย 550 ตารางฟุตเนื่องจากโครงสร้างส่วนใหญ่ร้อยละ 70 ของโรงแรมเป็นกระจกอะครีลิกความหนา 4 นิ้ว จึงต้องมีการติดตั้งระบบฉีดน้ำทำความสะอาดกระจกให้ใส-สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ตะไคร่ สาหร่าย หรือสิ่งสกปรกอื่นใดใต้ทะเล มาบดบังทัศนียภาพของลูกค้าราคาห้องพักใต้ทะเลที่แพงที่สุด คือ ห้องสูทนอติลุส สนนราคาค่าบริการ 15,000 เหรียญสหรัฐ หรือ 600,000 บาทต่อ 1 คืนเท่านั้น

*** ห้องน้ำสุดหรู ***
ภายในห้องพักใต้บาดาลแห่งนี้มีทั้งอ่างอาบน้ำจากุซซี่ ห้องที่โดยรอบติดตั้งกระจกใสทำจากวัสดุอะครีลิก ทำให้ผู้พักอาศัยมองเห็นบรรยากาศใต้ท้องทะเล รวมถึงปะการังสีสันสวยงามแบบ "ชัดแจ๋ว" ด้วยระบบไฟส่องสว่าง
ถ้าหลุดไปมีหวังเสร็จ เจ้าพวกนั้นแน่ ๆ

*** ลอยไปเรื่อยๆ ***
ระบบให้อาหารสัตว์น้ำโดยตรงจากห้องพักแต่ปริมาณอาหารจะถูกจำกัดจำนวนในแต่ละวัน ป้องกันไม่ให้มีเศษอาหารตกค้างมากเกินไปในทะเล ขณะที่บรรดาปลาทั้งหลายในพื้นที่จะได้กินแต่พออิ่ม

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

เครื่องเซ่นไหว้



สำหรับเครื่องเซ่นไหว้ย่อมเป็นไปตามฐานะ แต่ส่วนหนึ่งจะต้องมีคือ
1.เง็งเตี๋ยหรือกระดาษไหว้เจ้า
2.กิมจั๊วหรือกระดาษไหว้วิญญาณ(ผี)
3.เสื้อผ้าของใช้เงินทองซึ่งเป็นกระดาษเพื่อเผาส่งไปให้
4.เทียนธูป
5.ส้มเกลี้ยง
6.ไก่
7.ปลาหมึก
8.หอยแครง
9.ซาลาเปา
10.ขนมฟู(ขนมสาลี่)

เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องเซ่นไหว้ นอกเหนือจากกระดาษไหว้เจ้าแล้ว จะต้องมี
-ซาแซ คือไก่ต้ม พร้อมเครื่องใน
-ปลาหมึกแห้ง
-หมูหนึ่งแถบ
-ผลไม้ 5 อย่าง หรือ 7 อย่างก็ได้ หากไม่มีเอาส้มเกลี้ยงอย่างเดียวก็ได้


**ผลไม้ที่นำมาไหว้ไม่ควรเอาผลไม้ที่มีชื่อไม่เป็นมงคล เช่น ละมุด มังคุด ฯลฯ ในสถานที่นั้นที่มีอยู่พร้อมน้ำชา สุรา

**ส่วนเครื่องเซ่นวิญญาณบรรพบุรุษ นอกจากเครื่องเซ่นไหว้ที่กล่าวมาแล้ว ไก่ต้มที่นำไปไหว้ไม่ควรใส่เครื่องในไก่ไปด้วย เพราะเครื่องในไก่เก็บเอาไว้ให้ลูกหลาน เว้นแต่จะนำเครื่องในไปประกอบเป็นอาหารอย่างอื่นเพื่อไหว้ไม่เป็นไร หลังจากนำไปกราบไหว้เซ่นบรรพบุรุษที่ฮวงจุ๊ยแล้ว ในวันที่ 4 เมษายน แต่ละคนหากอยู่กันคนละบ้านควรจัดทำการเซ่นไหว้อีกครั้ง ณ ที่บ้านที่อาศัยด้วย ข้อมูลเฉพาะ ซาแซ ใช้สำหรับไหว้เจ้าหรือผีไม่มีญาติ การเซ่นไหว้ ลูกหลานควรไปพร้อมหน้ากัน ทุกปีควรจะต้องนำดินใส่หลังฮวงจุ๊ย ผลไม้ทุกชนิดที่นำไปไหว้ต้องให้มีชื่อเป็นมงคล
**ขนมสาลี่ ซาลาเปา คือความเฟื่องฟู

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

เกาะสีชัง

ชลบุรี - เกาะสีชัง
เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ ชุมชนเกาะสีชังอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือสกายแล็ปไปยังจุดอื่น ๆ บนเกาะสีชังจุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง ได้แก่


ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน



มณฑปรอยพระพุทธบาท อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ



ช่องเขาขาด ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5


พระจุฑาธุชราชฐาน ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง ตึกผ่องศรีหรือศาลาแปดเหลี่ยม ตึกอภิรมย์ และวัดวัดอัษฎางค์นิมิตรบนยอดเขาซึ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ส่วนพระราชวังซึ่งทำด้วยไม้สักได้รื้อไปก่อสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆ ที่กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือ และประภาคาร

หาดถ้ำเขาพัง ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควร จะสะดวกมากหากจะเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบ ๆ ละประมาณ 150-250 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทาง

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

MORAKOT CAVE



ถ้ำมรกต ถ้ำมหัศจรรย์กลางทะเล จะเข้าออกได้เฉพาะช่วงน้ำลงเท่านั้น ปากถ้ำเป็นโพรงเล็กๆ การเข้าออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิด ผ่านเส้นทางคดโค้ง ระยะทางประมาณ 80 เมตร เข้าแถวเรียงหนึ่งตามคนนำทาง จับคนข้างหน้าไว้ให้มั่นไม่งั้นอาจหลงทางได้ เมื่อพ้นปากถ้ำออกมาอีกด้านหนึ่งจะเป็นหาดทรายขาวสะอาดล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชัน ที่มีฟ้าสีครามเป็นหลังคา และผนังแต่งแต้มด้วยลายเขียวของใบไม้ โพรงที่ลอดเข้าถ้ำมรกตจะอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของตัวเกาะ ยามแสงอาทิตย์ทำมุมพอเหมาะทั้งเกาะและเวิ้งถ้ำก็พลันกลายเป็นสีเขียวมรกตงดงามวันเวลาที่แนะนำ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวถ้ำมรกตคือช่วงที่น้ำขึ้นเต็มที่ในแต่ละวัน เนื่องจากจะเห็นทะเลสาบสีมรกตงดงามและเวลาที่แสงจะลอดปากปล่องถ้ำมรกตลงมา คือระหว่าง 10.00-14.00 น. การลอดถ้ำสามารถทำได้ตลอดเวลา เดือนที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวคือระหว่างเดือนธันวาคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคม เวลาน้ำลงเพื่อมุดเข้าถ้ำมรกตได้การเดินทาง
1.จากจังหวัดตรัง ใช้ทางหลวงหมายเลข 403 ผ่านอำเภอไปตามถนนรพช. สู่ บ้านหาดยาว มีเรือออกไปเที่ยวถ้ำมรกตและดำน้ำดูปะการังทุกวันที่ท่าเรือบ้านหาดยาว

2.จากจังหวัดตรังเดินทางสู่ท่าเรือหาดปากเมง แล้วเช่าเหมาเรือไปเที่ยวถ้ำมรกตได้

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

ภูเก็ต

สถาปัตยกรรมในภูเก็ต เป็นสถาปัตยกรรม ที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบ การผสมผสาน ความเชื่อ ศิลปะ และวัฒนธรรมของจีน โปรตุเกส อังกฤษ อินเดีย ฮอลันดา หรือมลายู เห็นได้จากลักษณะ ของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยมีสองรูปแบบ เด่นๆ คือ ศิลปะแบบจีน ที่แสดงให้เห็นถึง ความเชื่อที่สืบทอด มาจากบรรพบุรุษอย่างเหนียวแน่น และ แบบผสมผสาน ระหว่างตะวันตกและตะวันออก หรือที่เรียกว่า “ชิโนโปรตุกิส”

อาคารเก่าในซอยรมณีย์ ถนนถลาง



หง่อคาขี่ ยังมีให้เห็นที่ถนนถลางและกระบี่






วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เที่ยวไทยตอนปิดเทอม

เกาะหินงาม





เกาะหินงาม เป็นเกาะหินควอทซ์ซึ่งหินแต่ะละก้อนล้วนแต่มีลวดลายแปลก ๆ สวยงามทั้งนั้น บนเกาะนี้มีเม่นชุกชุม เพราะฉะนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องใช้ความระมัดระวังให้มากสักหน่อย




เชื่อกันว่า...ถ้าเรียงหิน (ตามภาพ) ให้ได้ทั้งหมด 11 ชั้น แล้วอธิฐาน...

เชื่อว่าคำอธิฐานจะเป็นจริงค่ะ ^^



หาดหินงาม เกาะหินงาม อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จ.สตูล เกาะหินงาม เป็นเกาะเล็ก ๆ อยุ่ในกลุ่มเกาะอาดัง ราวี อุทยานแห่งชาติแห่งชาติตะรุเตา