วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2552

++ตำนานดอกกุหลาบ++


กุหลาบ เป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกไว้ชื่นชมมาแต่โบราณประมาณกันว่ากุหลาบเกิดขึ้นเมื่อกว่า70ล้านปีมาแล้วเคยมีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบในรัฐโคโลราโดและรัฐโอเรกอนประเทศสหรัฐอเมริกาและได้พิสูจน์ว่ากุหลาบป่า
เป็นพืชที่มีอายุถึง40ล้านปีแต่กุหลาบป่าสมัยโลกล้านปีนี้มีรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนกุหลาบสมัยนี้เนื่องจากมนุษย์ได้นำเอากุหลาบป่ามาปลูกและผสมพันธุ์ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์ต่างๆมากมายความจริงแล้วกำเนิดของกุหลาบหรือกุหลาบป่า นี้มีเฉพาะในแถบบริเวณ






เหนือเส้นศูนย์สูตรของโลกเท่านั้น คือกำเนิดในภาคกลางของทวีปเอเชีย แล้วแพร่ขยายพันธุ์ไปตลอด ซีกโลกเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแถบที่มีอากาศหนาวจัดอย่าง อาร์กติก อลาสก้า ไซบีเรีย หรือแถบอากาศร้อนอย่าง อินเดีย แอฟริกาเหนือ แต่ในบริเวณแถบใต้เส้นศูนย์สูตรอย่างทวีปออสเตรเลีย หรือเกาะต่างๆในมหาสมุทรรวมทั้งแอฟริกาใต้ ไม่เคยมีปรากฏว่ามีกุหลาบป่าเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย


ตามประวัติศาสตร์เล่าว่า กุหลาบป่าถูกนำมาปลูกไว้ในพระราชวังของจักรพรรด์จีน ในสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปีมาแล้ว ขณะที่อียิปต์เองก็ปลูกกุหลาบเป็นไม้ดอก ส่งไปขายให้แก่ชาวโรมัน ชาวโรมันเป็นชาติที่รักดอกกุหลาบมากถึงจะสั่งซื้อจากประเทศอียิปต์แล้ว ยังลงทุนสร้างเนอร์สเซอรี่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกดอกกุหลาบอีกด้วย สำหรับชาวโรมันแล้วเรียกได้ว่าดอกกุหลาบมีความสำคัญกับชีวิตประจำวัน เพราะชาวโรมันถือว่าดอกกุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ซึ่งเป็นทั้งของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับทำเป็นมาลัยต้อนรับแขก เป็นดอกไม้สำหรับงานเฉลิมฉลองต่างๆ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับทำขนม ทำไวน์ ส่วนน้ำมันกุหลาบยังใช้ทำเป็นยาได้อีกด้วย
กุหลาบถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความโรแมนติก ซึ่งมีบางตำนานเล่าว่า ดอกกุหลาบเป็นเสมือนเครื่องหมายแทนการกำเนิดของ เทพธิดาวีนัส ซึ่งเป็นเทพแห่งความงาม และความรัก วีนัสเป็นที่รู้จักกันในชื่อ อโฟรไดท์
ในตำนานเทพของกรีกได้กล่าวไว้ว่าน้ำตาของเธอหยดลงปะปนกับเลือดของอคอนิสคนรักของเธอที่ถูกหมูป่าฆ่าเลือดและน้ำตาหยดลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นดอกไม้สีแดงเข้มหรือดอกกุหลาบนั่นเองแต่ บางตำนานก็เล่าว่าดอกกุหลาบเกิด


จากเลือดของ อโฟรไดท์ เองที่หยดลงสู่พื้น เมื่อเธอแทงตัวเองด้วยหนามแหลม
บางตำนานกล่าวว่ากุหลาบเกิดจากการชุมนุมของบรรดาทวยเทพ เพื่อประทานชีวิตใหม่ให้กับนางกินรีนางหนึ่ง ซึ่งเทพธิดาแห่งบุปผาชาติ หรือ คลอริส บังเอิญไปพบนางนอนสิ้นชีพอยู่ ในตำนานนี้กล่าวว่า อโฟรไดท์ เป็นเทพผู้ประทานความงามให้ มีเทพอีกสามองค์ประทานความสดใส เสน่ห์ และความน่าอภิรมย์ และมีเซไฟรัส ซึ่งเป็นลมตะวันตกได้ช่วยพัดกลุ่มเมฆ เพื่อเปิดฟ้าให้กับแสงของ
เทพอพอลโล หรือแสงอาทิตย์ส่องลงมาจากนั้น ไดโอนีเซียส เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่นก็ประทานน้ำอมฤต และกลิ่นหอม เมื่อสร้างบุปผาชาติดอกใหม่



(อโฟรไดท์ หรือ วีนัส เทพแห่งความงาม)

(เทพแห่งเหล้าองุ่น)

ขึ้นมาได้แล้ว เทพทั้งหลายก็เรียกดอกไม้ซึ่งมีกลิ่นหอมและทรงเสน่ห์นี้ว่า Rosa จากนั้น เทพธิดาคลอริส ก็รวบรวมหยดน้ำค้างมาประดับเป็นมงกุฎ เพื่อมอบให้ดอกไม้นี้เป็นราชินีแห่งบุปผาชาติทั้งมวล จากนั้นก็ประทานดอกกุหลาบ





(เทพอีโรส)


ให้กับเทพอีโรส ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก กุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก แล้วเทพ อีโรส ก็ประทานกุหลาบนี้ให้แก่ ฮาร์โพเครติส ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อที่จะเก็บซ่อนความอ่อนแอของทวยเทพทั้งหลาย ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเงียบและความเร้นลับอีกอย่างหนึ่ง กุหลาบกลายเป็นของขวัญ ของกำนัลสำหรับการแสดงความรัก และมักจะมีผู้เปรียบเทียบความงามของผู้หญิงเป็นเสมือนดอกกุหลาบ และผู้หญิงคนแรบสมญาว่าเป็นผู้หญิงงามเสมือนดอกกุหลาบคือ พระนางคลีโอพัตรา ซึ่งพระนางยังได้เคยต้อนรับ มาร์ค แอนโทนี คนรักของพระนาง ในห้องซึ่งโรยด้วยดอกกุหลาบหนาถึง 18 นิ้ว หอมฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลา[

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2552

++ไอติม++

"ไอศกรีม" ทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ Ice Cream จนคนทั่วไปคิดว่า มีถิ่นกำเนิดมาจากตะวันตก แต่จริง ๆ แล้วกำเนิดในประเทศจีนนี่เอง เกิดจากการ นำหิมะ บนยอดเขามาผสมกับนํ้าผลไม้ และกินในขณะ ที่หิมะยัง ไม่ทันละลายดี จนปลายศตวรรษที่ 13 มาร์โคโปโล เดินทางไปจีน และชื่นชอบ จึงนำสูตรกลับไป อิตาลีขณะเดินทางมีการเติมนมลงไป กลายเป็นสูตร ของเขาโดยเฉพาะ และแพร่หลายไปในอิตาลี ฝรั่งเศสและข้ามไปอังกฤษ คนอิตาลีถือว่าตนเองเป็นต้นตำรับไอศกรีมแบบที่นำมาปั่นให้เย็นจนแข็ง เรียกว่าเจลาติน (Gelatin)

แล้วแพร่หลายไปในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 16 ข้ามไปอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษที่ 17 กลายเป็นที่ชื่นชอบของคนอเมริกันมาก ประธานาธิบดีจอร์จ วอชิงตัน ลงทุนถึง 200 ดอลลาร์ซื้อเครื่องปั่นไอศกรีม ไปทำกินเองในหน้าร้อน ในเมืองไทยไอศกรีมเข้ามาช่วงไหนไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าคงมาหลังสมัย ร.5 ซึ่งมีการผลิตนํ้าแข็งกินเอง ไอศกรีมตอนนั้น ทำจากนํ้าหวานหรือนํ้าผลไม้นำไปปั่นเย็นจนแข็ง ไม่มีนมหรือครีมผสมด้วย เรียกว่า "ไอติม" ใช้แรงคนในการปั่น โดยมีหม้อทองเหลือง เส้นผ่าศูนย์กลาง 50-60 ซม.สูง 30 ซม.ภายในมีรูคล้ายลังถึงสำหรับเสียบกระบอกโลหะ ทรงกลมขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ซม. ภายในบรรจุนํ้าผลไม้หรือนํ้าหวาน กระบอกนี้คือแม่พิมพ์ที่ทำให้ไอติมเป็นแท่ง

ต่อมาบริษัทป๊อบผู้ผลิตไอศกรีมตราเป็ด ซึ่งเป็นผู้ผลิตไอศกรีมรายแรกของเมืองไทย ได้สั่งซื้อเครื่องทำไอศกรีมจากต่างประเทศ มาผลิตไอศกรีมได้ครั้งละมาก ๆ เน้นความสะอาดและคุณภาพ ทำให้ไอศกรีมเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว ไอศกรีมตราเป็ดยุคแรก ๆ ยังเป็นไอติมหวานเย็น ต่อมาจึงมีการดัดแปลงรสชาติใหม่ ๆ เป็น เป็นรสระกำ เฉาก๊วย ลอดช่อง โอเลี้ยง ข้าวเหนียวแดง ถั่วดำ ฯลฯ พร้อมกับนำสูตรใส่นมจากต่างประเทศใส่ถ้วย ทำให้เนื้อไอศกรีมละเอียดและเนียนคนจึงนิยมกินไอศกรีมใส่นมหรือครีมกันมาก
Plain Ice Cream
\/
\/
\/

ในทางการค้าปัจจุบันมีการจัดกลุ่มไอศกรีมไว้หลายประเภทเช่น Plain Ice Cream ไอศกรีมที่ประกอบด้วยสารให้สีและกลิ่นในปริมาณน้อยกว่า 5% ของส่วนผสมทั้งหมด ,Chocolate มีส่วนผสมของโกโก้หรือชอกโกแลต
\/
\/
\/

Fruit ไอศกรีมประกอบด้วย ผลไม้หรือกลิ่นผลไม้
\/
\/

Nut ไอศกรีมที่ผสมผลไม้เนื้อแข็ง เช่นอัลมอนด์ วอลนัท ถั่วลิสง ฯลฯ
\/
\/
\/

Frozen Custard, French Ice Cream และ French Custard Ice Cream ไอศกรีมที่มีส่วนผสมของไข่แดงไม่น้อยกว่า 1.4 % ของนํ้าหนักผลิตภัณฑ์
\/
\/
\/\/
Fruit Sherbet ไอศกรีมทำจากนํ้าผลไม้ นํ้าตาลและนม
\/
\/
\/

Confection ไอศกรีมที่มี ลูกกวาดผสม เช่น Chocolate Chip

\/

\/

\/

Neapolitan ไอศกรีม 2 รสในถ้วยเดียวกัน

\/

\/

Soft Serve Ice Cream หรือ Ice Milk ไอศกรีมที่ไข จากเครื่องปั่นไอศกรีมโดยตรงไม่ใช้การตัก

\/

\/

และ Rainbow Ice Cream ไอศกรีมที่ไขจากเครื่องปั่นเช่นเดียวกัน แต่มีสีต่าง ๆ 6 สีขึ้นไป

\/

\/



----------------------------------

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

La rose


ดอกไม้ในประเทศตะวันตกมีบทบาทมาก เช่น เวลา วันเกิด หรือเวลาที่ได้รับเชิญไปรับประทานอาหารที่บ้านเพื่อน เรามักจะนำช่อดอกไม้ไปด้วย ดังนั้นดอกไม้ที่ควรกล่าวถึงในชีวิตประจำวันของชาวฝรั่งเศสคือ



  • คนส่วนมากนิยมเรียกดอกกุหลาบว่า "ราชินีแห่งดอกไม้" ดังนั้นกวีมักจะเปรียบเทียบความสวยของหญิงสาวดั่งดอกกุหลาบ ชาวฝรั่งเศสนิยมให้ดอกกุหลาบแก่บุคคลที่เรารัก เช่น ในโอกาสวันเกิด

  • ดอก muguet เป็นดอกไม้ที่ถือกันว่านำความสุขมาให้ ในวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ชาวฝรั่งเศสนิยมซื้อดอก muguet ให้เพื่อนและดอก muguet นี้ เป็นสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดฤดูหนาวด้วย



  • ดอก marguerite เป็นดอกไม้ป่า สวยแต่ไม่มีกลิ่น ส่วนมากคนหนุ่มสาวที่ตกอยู่ในความรักม้ก จะนำดอก maguerite มาเสี่ยงทายโดยเด็ดกลีบทิ้งทีละดอก และพูดว่า "ฉันรักเธอ,รักเธอนิดหนึ่ง,รักเธอมาก,รักเธออย่างเหลือเกิน,ไม่รักเธอเลย" ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่จะรู้ว่าเขารักเราหรือเปล่า
  • ดอก Lily ดอกไม้ประจำชาติฝรั่งเศส
  • un tournesol (ทูร์นซอล)

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Canada.





ข้อมูลทั่วไป
แคนาดา คนส่วนใหญ่มักจำธงประจำชาติแถบขาวแดงกับใบเมเปิล ลักษณะอันโดดเด่นของประเทศ คือ ความกว้างใหญ่และสวยงามที่ดึงดูดผู้คนให้มาสำรวจ แคนาดามีพื้นที่ 9,970,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากร 30 ล้าน คน สืบเชื้อสาย ชาวอังกฤษ 28 % ฝรั่งเศษ 23 % อิตาเลียน 3 % ชนเผ่าดั้งเดิม (First Nation) 2 % และเชื้อชาติ ิอื่นๆที่ใช้ ภาษาอังกฤษ นับถือศาสนาคริสต์ทั้งนิกายคาทอลิก และโปรแตสแตนท์ ปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญ เมืองหลวง คือ ออตตาวา
แคนาดาเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากรัสเซีย พรมแดนตอนใต้ติดกับสหรัฐอเมริกา ตามสภาพภูมิศาสตร์ แคนาดาแบ่งเป็น 10 พื้นที่ 7 มณฑล และ 2 เขตดินแดน แต่ละมณฑล จะมีเมืองหลวง เป็นของตัวเองดังต่อไปนี้
มณฑลบริติชโคลัมเบีย (วิคตอเรีย)
มณฑลนิวบรันสวิค (เฟร็ดเดอริคตัน) มณฑลอัลเบอร์ต้า (เอ็ดมันตัน) มณฑลพริ้นซ์ เอ็ดเวิร์ด ไอส์แลนด์ (ชาร์ล็อตทาวน์) มณฑลซาสแกสชวาน (รีไจน่า) มณฑลโนวาสโกเทีย (ฮาลิแฟกซ์) มณฑลมานิโทบา (วินนิเปก) มณฑลนิวฟาวแลนด์ (เซนจอห์น) มณฑลออนตาริโอ (โตรอนโต) มณฑลควิเบก(ควิเบกซิตี้)




สภาพภูมิอากาศ
แคนาดามี 4 ฤดูกาล คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ถึงแม้ในช่วงเดียวกันอากาศ จะแตกต่างกัน ในแต่ละภาค ภาคเหนือจะมีอากาศหนาวเย็น ในขณะที่ทางใต้จะเป็นเขตอบอุ่น ทำให้มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น มีอากาศ ชื้นทางชายฝั่งทั้งตะวันตกและตะวันออก ทั้งยังมีฝนตกในหน้าหนาวด้วย ช่วงที่อบอุ่นที่สุดคือ ระหว่างเดือน มิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม จะมีอุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส
ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง ล้วนแต่เป็นช่วงที่น่าไปเยือน หากอยากที่จะไปเล่นสกีก็สามารถไปในฤดูหนาว หรือฤดูใบไม้ผลิก็ได้ สำหรับผู้ที่รักการแคมปิ้ง และอยากขึ้นไปท่องเที่ยวตอนบนๆของประเทศ ควรไปในเดือน กรกฎาคมถึงสิงหาคมจะดีที่สุด ส่วนช่วงเวลาที่คนท่องเที่ยวมากที่สุด จะอยู่ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน