วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2552

หอยทากฝรั่งเศส


หอยทากฝรั่งเศส (เป็นอาหารที่คนฝรั่งเศสรู้จักกันดี)



หอยทากผัดกระเทียม

พิซซ่าหน้าหอยทาก+ขากบ


จานนี้คือพัฟผักโขมกับหอยทาก(เสริฟพร้อมสลัด)

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2552

Cologne


เมืองโคโลญน์ ( Cologne ) เมืองหลวง ของแคว้นไรน์แลนด์( Rhineland ) และเป็นเมือง ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ ศูนย์กลางทางการค้า อุตสาหกรรม และศิลปะ เป็นแหล่งผลิตน้ำหอมออดิโคโลญจน์ 4711 อันลือชื่อสัญลักษณ์ของเมือง โคโลญน์ที่ทั่วโลกรู้จัก คือ มหาวิหารศิลปะโกธิคริม ฝั่งแม่น้ำไรน์ โดม(Dom Cathedral) วิหารในศิลปะ แบบโกธิคแห่งแรกของแคว้น ที่เริ่มสร้างในปี 1248 โดดเด่นด้วยยอดโดมแฝดที่มีความสูงถึง 157 เมตร


ขบวนแห่สนุกสนาน ความอิ่มเอมเปรมใจ และการซื้อขายอย่างสะดวกสบาย คือ เมืองโคโลญน์ศูนย์กลางของคนหลายชาติหลากภาษาซึ่งมีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 1,020,116 คน และยังคงรักษาเอกลักษณ์นิสัยของความเอื้ออารีอารอบกันในหมู่เพื่อนบ้าน ยอดสูงระฟ้าของมหาวิหารเก่าแก่ของเยอรมนี เมืองที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อย่างมหาศาล พิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงก้องโลกที่ยังคงแข็งแรงและยังคงความสวยงาม โรงผลิตเบียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่ได้ป็นแหล่งผลิตเบียร์คลอสต์ และยังเป็นแหล่งผลิตไวน์เลิศ รสเพื่อส่งไปจำหน่ายให้กับภัตตาคารชั้นหนึ่งและเป็นที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างดีซึ่งร้านขายเหล้ามีมากกว่า 3,000 ร้าน ,ภัตตาคารและโรงเบียร์


เมืองโคโลญจน์ เป็นเมืองหนึ่งในประเทศเยอรมนีที่เป็นผู้นำในการกินการดื่มอย่างละเอียดอ่อนโดยคิดเป็นอัตราต่อหัวของประชากรและไม่มีเมืองใดในเยอรมนีที่มีโรงเบียร์และเมืองที่มีภัตตาคารชั้นนำมากมายเท่านี้


เมืองโคโลญน์เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปกครองตนเองที่ยิ่งใหญ่ และเป็นเมืองที่มีพิพิธภัณฑ์เอกชนเป็นจำนวนมาก ที่ซึ่งทรัพย์สินเหล่านั้นได้นำมาจากที่ต่างๆมากมาย ซึ่งมีชื่อเสียงมากว่า 2,000 ปี เทียบเท่ากับประวัติศาสตร์ของตัวเมือง ผู้ที่รักศิลปะทางด้านดนตรีของเมืองโคโลญจน์ได้ร่วมกันเฉลิมฉลองการแสดงดนตรีอันทรงเกียรติอลังการแห่งหนึ่งเป็นในยุโรป

วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552

La Haute-Normandie


La Haute-Normandieมีเขตติดต่อกับแคว้น Basse-Normandie มีการผลิตเนยชั้นนำคุณภาพ และแอปเปิ้ลที่มีคุณภาพรสชาติอร่อย เมืองหลวงประจำแคว้นชื่อ Rouen

^

^

^

^

Rouen.

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552

เวนิส?







เวนิส (อังกฤษ:Venice ;อิตาเลี่ยน: Venezia) เป็นเมืองหลวงของแคว้นเวเนโต ประเทศอิตาลี มีประชากร 271,663 คน (ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2547) เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light)

เป็นเมืองที่มีคลองมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลเอเดรียติกเป็นเมืองท่า โบราณเวนิส ใช้คลองในการคมนาคมมากที่สุด มีอาคาร-ร้านและบ้านเมืองตั้งริมคลอง มีเรือบริการในการเดินทางไปในที่ต่างๆของเมืองมีการบริการท่องเที่ยวชมทิวทัศน์ธรรมชาติของ 2 ฝั่งคลองโดยทางเรือ นับเป็นเมืองที่คลองมากกว่าถนนอีกเมืองหนึ่งของโลก












วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Colmar






Colmar ประเทศฝรั่งเศส เมือง Colmar ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่ง ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รัก มักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมือง Colmar ก็คือ ไร่องุ่นจำนวนมาก เคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม และบรรยากาศ ที่สวยงาม สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ช่วยทำให้เมือง Colmar เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝัน

วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Buckingham Palace


พระราชวังบัคคิงแฮม (ภาษาอังกฤษ: ) เดิมชื่อ คฤหาสน์บัคคิงแฮม เป็นพระราชวังที่เป็นที่ประทับเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษ ซึ่งภายในพระราชวังจะมีห้องต่างๆ ที่น่าสนใจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี อาทิ ห้องบังลังก์ของกษัตริย์ ห้องแกลลอรี่ ห้องเสวยพระกระยาหาร ซึ่งห้องต่างๆ เหล่านี้ ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามและอลังการ นอกจากนี้ ภายในพระราชวังยังมีสวนที่ได้รับการตกแต่งอย่างดี เหมาะแก่การเดินชมวิวเป็นอย่างยิ่ง ที่สำคัญ คือ การผลัดเปลี่ยนเวร(Changing the Guard) การผลัดเปลี่ยนเวรจะมีขึ้นที่บริเวณ พระราชวังบักกิ้งแฮม โดยจะเริ่มแสดงเวลา 11.30 น . และจะใช้เวลาแสดงทั้งหมด 40 นาที
แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ในวันที่มีเหตุการณ์สำคัญของเมือง
หรือการผลัดเปลี่ยนเวรอาจจะงดได้ในวันที่ฝนตก
พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอนในสหราชอาณาจักรเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับการเลี้ยงรับรองของรัฐและยังเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวสำคัญที่หนึ่งของกรุงลอนดอน และยังเป็นที่รวมพลังใจทั้งในการฉลองและในยามคับขันของชาวอังกฤษพระราชวังบัคคิงแฮมแต่เดิมชื่อ “คฤหาสน์บัคคิงแฮม” (Buckingham House) ในปี ค.ศ. 1703 ในปี ค.ศ. 1761 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3ทรงซื้อจากดยุคแห่งบัคคิงแฮมเพื่อเป็นพระราชฐานส่วนพระองค์
ที่รู้จักกันในชื่อ “วังพระราชินี” (The Queen's House) พระราชวังบัคคิงแฮมกลายมาเป็นพระราชฐานที่ประทับอย่างเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย
ขึ้นครองราชย์เมื่อปี ค.ศ. 1837 การต่อเติมครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายทำในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งรวมทั้งด้านหน้าที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน
บางครั้งพระราชวังบัคคิงแฮมก็เรียกกันเล่นๆว่า “บัคเฮาส์”